updates

The Mad World of Creativity 04 : Spying on Asian Pritzker Prize Legends – Part 1

 
หากพูดถึงเกียรติยศสูงสุดในชีวิตสถาปนิก เชี่อว่าบรรดาผู้คนในวงการสถาปัตยกรรมคงคุ้นเคยกับ “The Pritzker Architecture Prize” กันเป็นอย่างดีในฐานะรางวัลอันทรงเกียรติเทียบเท่ารางวัลโนเบลแห่งโลกสถาปัตย์ ที่มอบให้แก่สถาปนิกในตำนาน ผู้ขับเคลื่อนสุดยอดสถาปัตยกรรมด้วยความคิดสร้างสรรค์เหนือชั้นและยืดหยัดทุ่มเทในสิ่งที่ฝันให้เกิดเป็นอาคารที่ใช้ประโยชน์ได้จริง
 
The Pritzker Architecture Prize เริ่มต้นขึ้นในปี 1979 หมายมั่นปั้นมือมอบให้เฉพาะสถาปนิกในตำนานผู้ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น ไม่มีการประกาศชื่อผู้เข้าชิงล่วงหน้า ไม่มีการเสนอชี่อเข้าชิง ส่งได้เพียงรายชื่อสถาปัตยกรรมชิ้นเอกเท่านั้น ซึ่งจะมีเพียงสุดยอดสถาปนิกปีละ 1 ท่านเท่านั้นที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ จึงน่าสนใจที่ว่า 1 ใน 4 นั้นเป็นชาวเอเชีย และยิ่งน่าสนใจขึ้นอีกเมื่อทุกท่านนำเสน่ห์แห่งโลกตะวันออกผสานเข้ากับแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่ของโลกตะวันตก ชวนคุณสืบเสาะค้นหาเรี่องราวของ 5 ท่านแรก ผู้เขย่าวงการสถาปัตยกรรมและดีไซน์โลกมาหลายสิบปี
 
1. I.M.Pei (1983)
ลูกไม้สถาปนิกชาวอเมริกันเชื้อสายจีนที่หล่นไม่ไกลต้นของ มาร์เชล บรูเออร์ และ วอลเตอร์ โกรเปียสแห่งสถาบันบาวเฮ้าส์ เขาถืงเป็นผู้บุกเบิกการใช้แนวคิดโมเดิร์นเป็นสะพานเชี่อมปัจจุบันเข้าหาศิลปะดั้งเดิมในพื้นที่ เน้นวิเคราะห์บริบทแวดล้อมของพื้นถิ่นอย่างถี่ถ้วน มองให้เห็นเรขาคณิตที่ซ่อนอยู่ในนั้น ทั้งวงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม และนำมาเป็นหัวใจในการออกแบบสถาปัตยกรรม สังเกตได้จากผลงานสร้างชี่ออย่าง “Louvre Pyramid” พีระมิดกระจกลูฟวร์ ซึ่งเขาได้ผสมผสานสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม 2 ยุคเข้าด้วยกัน ได้แก่ Beaux-Arts สไตล์ฝรั่งเศสดั้งเดิม และสถาปัตยกรรมโมเดิร์น เป็นตำนานแห่งสถาปัตยกรรมทื่ผู้คนยังคงสัมผัสได้จนถึงทุกวันนี้
 
ผลงานโด่งดัง : Louvre Pyramid ในปารีส, National Gallery of Art ณ กรุงวอชิงตัน ดี. ซี., Museum of Fine Arts ในบอสตัน และ Islamic Art Museum กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์
 
2. Kenzo Tange (1987)
สถาปนิกและนักวางผังเมืองผู้บุกเบิก ‘Metabolism Architecture’ สถาปัตยกรรมสุดล้ำแปลกตาสไตล์ futuristic กำเนิดจากแนวคิดที่ว่าตึกนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงออกแบบชิ้นส่วนที่แยกตัวออกจากตึกหลัก สามารถติดตั้งประกอบและถอดง่ายเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นอยู่ในทุกงานของทังเกะคือ ความความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดตามแบบฉบับญี่ปุ่น ที่นำเสนอด้วยโมเดิร์นดีไซน์จนทำให้สถาปัตยกรรมในญี่ปุ่นนั้นโด่งดังไปทั่วโลก โดยเขาเป็นผู้ออกแบบ Yoyogi National Gymnasium สำหรับกีฬาโอลิมปิคปี 1964 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก The Pavillion ของ Le Corbusier ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกที่ทำให้เขาได้ครองรางวัลอันทรงเกียรตินี้ นอกจากนี้ เขายังมีส่วนร่วมในการวางผังเมืองเกาะลอยน้ำในโตเกียวอีกด้วย
 
ผลงานโด่งดัง : Yoyogi National Gymnasium, Fuji Television Building บนเกาะโอไดบะ, พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโระชิมะ, Tokyo Metropolitan Government Building ย่านชินจูกุ ซึ่งเป็นจุดปล่อยตัวงานวิ่งโตเกียวมาราธอน, Bangkok City Tower ย่านสาธร (งานหินทั้งหมดโดย www.stonestyle.co.th)
 
3. Fumihiko Maki (1993)
มากิคือ สถาปนิกผู้ฝากฝังจิตวิญญาณของผู้คนและกาลเวลาลงในสถาปัตยกรรม เขาเป็นลูกศิษย์ของ Kenzo Tange สุดยอดสถาปนิกรางวัล The Pritzker Architecture Prize เช่นกัน โดยมากิได้ผสมสไตล์สุดโต่งลงในเทคโนโลยีวัสดุใหม่ๆ ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ลงในอาคารผ่านคล้ายใส่ทำนองดนตรี สร้างจังหวะโปร่งใส โปร่งแสง และทึบแสงให้อิมแพคให้กับบริบทโดยรอบ เกิดเป็นอาคารสไตล์เท่ๆ ที่ไม่ต่างจากแฟชั่น ตามที่เขานิยามความงดงามเหล่านี้ว่า “unforgettable scenes” ซึ่งตัวอย่างของฉากที่ยากจะละสายตาได้แก่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่เกียวโต เปลือกสีเทาด้านนอกห่อหุ้มโถงกลางที่ปูด้วยหินอ่อน สะท้อนแสงเปล่งประกายให้มิติแปลกใหม่ สมกับเป็นสถาปัตยกรรมฝีมือสถาปนิกในตำนานอีกหนึ่งท่าน
 
ผลงานโด่งดัง : National Museum of Modern Art ณ กรุงเกียวโต, 4 World Trade Center ตึกกระจกระฟ้าในนิวยอร์ก และ Hillside Terrace Complex ในโตเกียว
 
4. Tadao Ando (1995)
“In all my work, light is an controlling factor.” อันโดะมักบอกว่าเขาเป็นช่างก่อสร้างที่ลุ่มลึกมากกว่าเป็นสถาปนิก งานของเขาจึงใช้ปรัชญาธรรมชาติแห่งดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศที่ชาวญี่ปุ่นให้ความเคารพเป็นหัวใจในการออกแบบ แสดงความอลังการของแสง ผิวน้ำนิ่ง และกำแพงทึบเป็นลายเซ็น เห็นได้จากผลงานสร้างชื่ออย่าง Church of Light โบสถ์ปูนทึบไร้หน้าต่าง เจาะผนังเป็นรูปกางเขนรอลำแสงทอดผ่านปรากฏเป็นไม้กางเขนขนาดยักษ์ และ Church on Water โบสถ์ที่ใช้ผืนน้ำสงบนิ่งเป็นกระจกสะท้อนทัศนีสภาพของอาคาร ในเมืองโทมามุบนเกาะฮอกไกโด ไม่เพียงเท่านี้ เขายังเป็นสถาปนิกญี่ปุ่นคนแรกที่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในอาชีพด้วยสถาปัตยกรรมในบ้านตนเองอีกด้วย ซึ่งตำนานของเขารอให้คุณได้ไปสัมผัสด้วยตนเองได้ไม่ยากนัก
 
ผลงานโด่งดัง : Church of Light จังหวัดอิบารากิ, Church on Water เกาะฮอกไกโด, Rokko Housing เมืองโกเบ และ Naoshima Contemporary Art Museum บนเกาะนาโอชิมะ
 
5. Zaha Hadid (2004)
 
สถาปนิกหญิงคนแรกที่ได้รับรางวัล The Pritzker Architecture Prize แม้เธอจะได้รับสัญชาติอังกฤษ แต่เธอมีสายเลือดชาวอิรักเและศึกษาร่ำเรียนในเลบานอน โดยสถาปนิกผู้เป็นตำนานผู้นี้ได้ฝากฝังผลงานในแวดวงเพียง 26 ปีก่อนจะได้รับรางวัล โดยเธอฉายแววโดดเด่นในฐานะผู้บุกเบิกแนวคิด Parametric Design ใช้คณิตศาสตร์เข้าสร้างสรรค์เส้นสายสุดหวือหวา เกิดเป็นดีไซน์นอกกรอบเข้าสยบทุกความเป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งสถาปัตยกรรม งานของเธอจึงสุดโต่งล้ำสมัยแบบ Neofuturistic ไม่ว่าจะเป็นหลังคาโค้งคล้ายถูกพับด้วยมือขนาดยักษ์ของศูนย์วัฒนธรรม และลานสำหรับกระโดดสกีที่แหวกแนวที่สุดบนยอดเขาในเมืองอินส์บรูค ออสเตรีย ซึ่งความโดดเด่นนี้ทำให้สถาปัตยกรรมในลายเซ็นของเธอนั้นโดดเด่นเสมอ และนั่นทำให้กรรมการเลือกเธอเป็นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งพวกเขายกย่องว่าสถาปนิกหญิงหัวก้าวหน้าทื่ทำให้วงการสถาปัตยกรรมก้าวล้ำไปอีกระดับ
 
ผลงานโด่งดัง : Bergisel Ski Jump ในอินส์บรูค, Heydar Aliyev Cultural Center ในอาเซอร์ไบจาน, National Center of Contemporary Art ในโรม และ The Richard and Lois Rosenthal Center for Contemporary Art ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ
 
โปรดติดตามสถาปนิกเอเชียที่ยังคงเป็นตำนานแห่ง The Pritzker Architecture Prize อีก 6 ท่าน ซึ่ง Stone & Style จะนำเรื่องราวอันน่าทึ่งที่เขย่าวงการสถาปัตยกรรมมาบันดาลใจอีกในครั้งถัดไป ระหว่างนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ฝันจะมีพื้นที่ที่บอกความเป็นคุณ เราพร้อมเป็นหนึ่งแรงสนับสนุนให้ฝันของคุณเป็นจริงด้วยวัสดุปิดผิวสไตล์ Modern Luxury ที่งดงาม ดูแลง่าย และเปิดโอกาสให้สถาปนิกและมัณฑนากรได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ พร้อมสยบทุกความเป็นไปไม่ได้เพื่อให้คุณได้มีพื้นที่ที่เป็นตัวคุณอย่างแท้จริง พบกับเราได้ที่ Stone & Style Concept Store ชั้น G Gaysorn Village
 
close
0